<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>PTM MANAGEMENT</title>
	<atom:link href="https://ptm-pesttechnology.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://ptm-pesttechnology.com</link>
	<description>ผลิตภัณฑ์กำจัดปลวก แมลงและสัตว์รบกวน</description>
	<lastBuildDate>Mon, 17 Jun 2024 08:55:14 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.7.1</generator>

<image>
	<url>https://ptm-pesttechnology.com/wp-content/uploads/2024/06/cropped-logo-ptm2-02-32x32.jpg</url>
	<title>PTM MANAGEMENT</title>
	<link>https://ptm-pesttechnology.com</link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>เรื่องของแมลงสาบ</title>
		<link>https://ptm-pesttechnology.com/cockroach/</link>
					<comments>https://ptm-pesttechnology.com/cockroach/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Jun 2024 08:55:10 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ptm-pesttechnology.com/?p=177</guid>

					<description><![CDATA[เรื่องของแมลงสาบ แมลงสาบเป็นแมลงดึกดำบรรพ์ที่อาศัยอยู่บ]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h1>เรื่องของแมลงสาบ</h1>
<p><strong>แมลงสาบ</strong>เป็นแมลงดึกดำบรรพ์ที่อาศัยอยู่บนโลกนี้มานานประมาณ 250 ล้านปี โดยสันนิษฐานจากหลักฐานซึ่งเป็นฟอสซิล (fossil) ที่ถูกค้นพบ ตามการจำแนกแมลงทางวิทยาศาสตร์ แมลงสาบถูกจัดกลุ่มไว้ในชั้น (class) lnsecta, อันดับ (order) Orthoptera บางครั้งพบว่าในตำราบางเล่ม แมลงสาบอาจจะถูกจัดอยู่ในอันดับ Dictyoptera หรือ BIattodea ก็ได้ การจำแนกที่แตกต่างกันเหล่านั้นเกิดขึ้นจากการใช้ลักษณะบางอย่างที่แตกต่างกันมาใช้ในการจำแนก แมลงสาบถูกจำแนกย่อยออกเป็น วงศ์ (family) ต่างๆ ได้ทั้งสิ้น 5 วงศ์ คือ BIattidae, BIattellidae, BIaberidae, cryptocercidae และ polyphagidae จนกระทั่งปัจจุบันนี้ แมลงสาบที่พบทั่วโลกมีทั้งสิ้นประมาณ 4000 ชนิด (species)</p>
<h2>อุปนิสัยโดยทั่วไปของแมลงสาบ</h2>
<p>ชอบอยู่เป็นกลุ่ม ตามซอกมุมภายในอาคาร ท่อน้ำทิ้งทั้งในและนอกอาคารบ้านเรือน ตามซอกมุมที่อับชื้น ที่การทำความสะอาดเข้าไม่ถึง<br />
ไม่ชอบแสงสว่าง มักไม่ค่อยพบแมลงสาบในเวลากลางวัน แต่จะออกมาหาอาหารและทำกิจกรรมต่างๆในเวลากลางคืนและในที่มืด<br />
แมลงสาบกินอาหารได้เกือบทุกชนิด<br />
มักจะวางกระเปาะไข่ในบริเวณที่ตัวอ่อนจะสามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ง่าย เช่น ตามซอกอับชื้นภายในบ้าน หรือใกล้บริเวณที่มีน้ำและอาหารอยู่อย่างสม่ำเสมอ</p>
<h2>4 Genus ที่เป็นปัญหาสาธารณสุข</h2>
<p><strong>Periplaneta spp. แมลงสาบอเมริกัน</strong><br />
<strong>Blatta spp. แมลงสาบตะวันออก</strong><br />
<strong>Blattela spp. แมลงสาบเยอรมัน</strong><br />
<strong>Supella spp. แมลงสาบสีน้ำตาล หรือ แมลงสาบเฟอร์นิเจอร์</strong></p>
<h2>ชนิดแมลงสาบที่สำคัญ</h2>
<p>แมลงสาบอเมริกัน (Periplaneta americana) เป็นแมลงสาบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่พบในบ้านเรือน ลำตัวสีน้ำตาลแดงมันวาว มีจุดดำขนาดใหญ่ 2 จุด ล้อมรอบด้วยวงเส้นสีเหลืองซึ่งอาจเต็มวงหรือมีเพียงครึ่งวงก็ได้ ปีกมีสีน้ำตาลแดงตลอดทั้งปีกและไม่มีแถบสีเหลืองที่ขอบปีก</p>
<p>ที่อยู่อาศัยและแหล่งเพาะพันธุ์ แมลงสาบอเมริกัน</p>
<p>ชอบที่อบอุ่น ชื้นแฉะ ที่มืด<br />
มักพบอาศัยอยู่ในท่อระบายน้ำ อุโมงค์น้ำ ห้องน้ำ ห้องส้วม ห้องครัว ต้นไม้ ห้องใต้ดิน ใต้ถุนตึก พื้นชั้นล่าง<br />
ห้องเก็บของ ตามลังไม้ต่าง ๆ<br />
กินอาหารทุกชนิด (ผัก/เนื้อสัตว์/ผ้า/ขยะ)<br />
ชอบแอลกฮอล์ หัวหอมใหญ่<br />
แมลงสาบเยอรมัน (Blattella germanica) เป็นแมลงสาบขนาดเล็ก มีแถบสีดำอยู่ระหว่างตาทั้งสองข้าง ลำตัวสีน้ำตาลซีดแต่เป็นประกาย ขามีสีอ่อนกว่าลำตัว อกและท้อง (pronotum) มีสีพื้นเป็นสีน้ำตาลอ่อนและมีแถบสีดำ 2 แถบ พาดขนานตามแนวยาวของลำตัว</p>
<p>ที่อยู่อาศัยและแหล่งเพาะพันธุ์ แมลงสาบเยอรมัน</p>
<p>มักอาศัยอยู่ตามแหล่งที่มีคราบน้ำมัน คราบอาหาร ผัก ผลไม้ เช่น หลังเตา ซอก รอยแยกของโต๊ะ ตู้เก็บเอกสาร<br />
มักพบในภัตตาคาร /ห้องครัว /ห้างสรรพสินค้า /Supermarket<br />
กินอาหารทุกชนิด<br />
ชอบต้นหอม น้ำตาล<br />
โอวัลติน มายองเนส อื่น ๆ<br />
แมลงสาบสีน้ำตาลหรือแมลงสาบเฟอร์นิเจอร์ หรือ Brown-banded cockroach เป็น แมลงสาบ ที่มีขนาดเล็ก มีหนวดเรียวและยาวกว่าลำตัว ตัวผู้ยาว 12-14 มม. ตัวเมียยาว 9-13 มม. ทั้งสองเพศมีปีกเจริญดี ปีกของตัวผู้จะเรียวยาวปกคลุมส่วนท้องทั้งหมด ปีกของตัวเมียจะสั้นและกลมกว่าของตัวผู้ ขอบปีกหน้ามีแถบสีน้ำตาลอ่อนพาดตามแนวขวางสองแถบ ลำตัวมีสีน้ำตาลอ่อนไปจนถึงสีน้ำตาลเข้ม แผ่นแข็งปกคลุมส่วนหัวและอก (pronotum) มีสีดำเป็นรูปคล้ายระฆังอยู่ตรงกลาง ขอบด้านทั้งสองของ pronotum มีแถบสีขาวหรือน้ำตาลอ่อน</p>
<p>ที่อยู่อาศัยและแหล่งเพาะพันธุ์ แมลงสาบสีน้ำตาล</p>
<p>มักอาศัยอยู่ตามกล่องเก็บของ ตู้เก็บเอกสาร ลิ้นชัก ใต้หรือหลังเฟอร์นิเจอร์ บางคนจึงเรียกว่า แมลงสาบ เฟอร์นิเจอร์(furniture cockroach)<br />
กินอาหารทุกชนิด<br />
ชอบต้นหอม น้ำตาล<br />
โอวัลติน มายองเนส อื่น ๆ</p>
<h2>วิธีการควบคุมแมลงสาบ</h2>
<p><strong>1.การควบคุมโดยวิธีการสุขาภิบาลและสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม โดยใช้หลัก 5 ส.</strong></p>
<p>สะสาง แยกและขจัดทิ้งของที่ไม่จำเป็น<br />
สะดวก จัดวางสิ่งของให้เป็นระเบียบ<br />
สะอาด ทำความสะอาดอาคารสถานที่ทั้งภายในและภายนอก<br />
สุขลักษณะ จัดสภาพแวดล้อมในสถานที่ทำงานและที่พักอาศัยให้ สะอาด ถูกหลักอนามัย เน้นการดูแลจุดสำคัญ<br />
สร้างนิสัย ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์การจัดความเป็นระเบียบเรียบร้อยใน หน่วยงานอย่างต่อเนื่อง</p>
<p><strong>2.การควบคุมโดยใช้สารเคมี</strong></p>
<p>แบบเหยื่อ ใช้ภายหลังการฉีดพ่นแมลงสาบส่วนใหญ่หมดไปแล้ว ,ใช้บริเวณที่มีแมลงสาบไม่ชุกชุมมากนักหรือใช้บริเวณที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น ห้องครัว<br />
แบบน้ำ ใช้ฉีดบริเวณแหล่งหลบซ่อนอาศัยและแหล่งอาหารของแมลงสาบ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ptm-pesttechnology.com/cockroach/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เรื่องของหนู</title>
		<link>https://ptm-pesttechnology.com/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b9/</link>
					<comments>https://ptm-pesttechnology.com/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b9/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Jun 2024 08:42:47 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ptm-pesttechnology.com/?p=170</guid>

					<description><![CDATA[เรื่องของหนู หนูเป็นสัตว์ที่ขยายพันธุ์ได้เร็วเกือบตลอดป]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h1>เรื่องของหนู</h1>
<p>หนูเป็นสัตว์ที่ขยายพันธุ์ได้เร็วเกือบตลอดปี ปกติหนูจะโตเต็มที่เมื่ออายุประมาณ 2 &#8211; 3 เดือนขึ้นไป ระยะเป็นสัด (estrus cycle) ในหนูเพศเสียประมาณ 4 &#8211; 8 วัน และยอมรับการผสมพันธุ์จากหนูเพศผู้เฉพาะช่วงที่มันเป็นวัดเท่านั้น เพศเสียตั้งท้องนาน 21 &#8211; 25 วัน และออกลูกครอกละหลายตัว หลังคลอดลูกแล้ว 24 ชั่วโมงแม่หนูสามารถรับการผสมพันธุ์ได้ทันที ในปีหนึ่งๆ หนูจะออกลูกได้หลายครอกซึ่งมีผู้คำนวณว่าในเวลา 1 ปี หนู 1 คู่ สามารถขยายพันธุ์รวมกันได้มากกว่า 1,000 ตัว</p>
<h2>ชีววิทยาของหนู</h2>
<p>หนูเป็นสัตว์ที่ขยายพันธุ์ได้เร็วเกือบตลอดปี<br />
หนูโตเต็มที่เมื่ออายุประมาณ 2-3 เดือน<br />
เพศเมียตั้งท้องนาน 21-25 วัน<br />
ออกลูกครอกละหลายตัว<br />
หลังคลอดลูกแล้ว 24 ชั่วโมง แม่หนูสามารถรับการผสมพันธุ์ได้ทันที<br />
ในปีหนึ่งๆหนูจะออกลูกได้หลายครอก</p>
<h2>อุปนิสัยและความสามารถของหนู</h2>
<p>1. หนูเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 4 เท้าที่มีขนาดเล็ก มีความหลากหลายในเรื่องอาหาร จึงทำให้พบกระจายเกือบทั่วโลก<br />
2. หนูมีฟันแทะ 2 คู่ คือที่กรามบน 1 คู่และกรามล่าง 1 คู่ ทำให้มีนิสัยการกินแบบกัดแทะ ฟันคู่หน้าของหนูมีลักษณะแข็งพอเหมาะและสามารถงอกยื่นยาวออกไปได้เรื่อยๆ ตลอดชีวิต ประมาณปีละ 5 นิ้ว โดยทั่วไปหนูจะเริ่มแทะเป็นตั้งแต่มีอายุได้ประมาณ 2 สัปดาห์<br />
3. หนูมีประสาทสัมผัสและรับความรู้สึกที่ดีมาก<br />
4. หนูสามารถส่งเสียงและรับฟังเสียงที่มีความถี่สูงถึง 45 Khz หรือ Ultrasound ในการสื่อสารเรื่องตำแหน่งแหล่งอาหารหรืออันตรายได้ในระยะไกลๆ<br />
5. การมองเห็นภาพต่างๆของหนูไม่ดีนัก ทำให้มองเห็นภาพเป็นสีขาวดำ</p>
<h2>ประสาทสัมผัสและการรับรู้ของหนู</h2>
<p>หนูเป็นสัตว์ที่ตาบอดสี การเคลื่อนที่จึงต้องใช้ประสาทรับความรู้สึกอย่างอื่นช่วย<br />
หนวด ใช้ครูดไปข้างฝา<br />
ขนใต้ท้อง ใช้ถูไปบนวัสดุ<br />
อุ้งเท้า<br />
จมูก<br />
ลิ้นชิมรส<br />
หู สามารถรับคลื่นความถี่ได้สูงมาก</p>
<p>6. หนูสามารถกระโดดได้สูงถึง 36 นิ้ว (1เมตร) และกระโดดได้ไกลถึง 48 นิ้ว (1.2 เมตร) จากพื้นที่ราบและสามารถกระโดดจากพื้นที่สูง 15-50 ฟุต (5-15เมตร) ลงสู่พื้นล่างได้อย่างปลอดภัย และได้ไกลอย่างน้อย 8 ฟุต (ประมาณ 2 เมตร)<br />
7. หนูมีหางใช้บังคับทิศทางและการทรงตัว จึงทำให้ปีนป่ายในแนวดิ่ง ได้ดีหรือเดินไต่ลวดที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.6 มิลลิเมตร ได้เป็นระยะทางหลายเมตร<br />
8.หนูสามารถว่ายน้ำและดำน้ำได้เป็นอย่างดี เป็นระยะทางไกล 600- 1,000 เมตร และได้นาน 3-4 ชั่วโมง</p>
<p>หนู 4 ชนิดที่เป็นปัญหาสาธารณสุขและรบกวน<br />
หนูนอร์เวย์ (Rattus norvegicus)<br />
หนูท้องขาว (Rattus rattus)<br />
หนูจี๊ด (Rattus exulans)<br />
หนูหริ่ง (Mus musculus</p>
<h3>1.หนูนอร์เวย์ (Rattus norvegicus)</h3>
<p>บางที่เรียกหนูขยะ หนูท่อ หนูสีน้ำตาล หนูชนิดนี้เป็นหนูที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตระกูล<br />
ลักษณะรูปร่าง ลักษณะขนหยาบมีสีน้ำตาลปนเทา ท้องสีเทา ส่วนจมูกทู่ ใบหูเล็ก ตาเล็ก หางสั้นมี 2 สี ด้านบนสีดำ ด้านล่างสีจาง มีเกล็ดหยาบๆ ที่หาง และด้านบนของตีนหลังมีสีขาว มีเต้านมรวม 6 คู่ อยู่ที่อก 3 คู่ ท้อง 3 คู่<br />
ถิ่นที่อยู่อาศัย มักอยู่ตามรู ตามท่อระบายน้ำโสโครก ท่อน้ำ ใต้ถุนตึกหรือบ้านเรือน บริเวณลำคลอง กองขยะมูลฝอย ไม่ชอบขึ้นที่สูง กินอาหารบูดเน่า พวกแป้ง ผัก เนื้อ และปลา<br />
การแพร่พันธุ์ ออกลูกปีละ 4 – 7 ครอก ลูกหนึ่งครอกมีจำนวน 8 –12 ตัว<br />
ระยะทางการหากิน 100 – 150 ฟุต<br />
ลักษณะมูลหนู มีขนาดใหญ่คล้ายแคปซูลยาวประมาณ 3-4 นิ้ว</p>
<h3>2.หนูท้องขาวบ้าน (Rattus rattus)</h3>
<p>หรือ หนูหลังคา หนูเรือ และหนูบ้านเป็นต้นบางที่เรียกหนูขยะ หนูท่อ หนูสีน้ำตาล หนูชนิดนี้เป็นหนูที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตระกูล</p>
<p>ลักษณะรูปร่าง ลักษณะขนหยาบมีสีน้ำตาลปนเทา ท้องสีเทา ส่วนจมูกทู่ ใบหูเล็ก ตาเล็ก หางสั้นมี 2 สี ด้านบนสีดำ ด้านล่างสีจาง มีเกล็ดหยาบๆ ที่หาง และด้านบนของตีนหลังมีสีขาว มีเต้านมรวม 6 คู่ อยู่ที่อก 3 คู่ ท้อง 3 คู่<br />
ถิ่นที่อยู่อาศัย มักอยู่ตามรู ตามท่อระบายน้ำโสโครก ท่อน้ำ ใต้ถุนตึกหรือบ้านเรือน บริเวณลำคลอง กองขยะมูลฝอย ไม่ชอบขึ้นที่สูง กินอาหารบูดเน่า พวกแป้ง ผัก เนื้อ และปลา<br />
การแพร่พันธุ์ ออกลูกปีละ 4 – 7 ครอก ลูกหนึ่งครอกมีจำนวน 8 –12 ตัว<br />
ระยะทางการหากิน 100 – 150 ฟุต<br />
ลักษณะมูลหนู มีขนาดใหญ่คล้ายแคปซูลยาวประมาณ 3-4 นิ้ว</p>
<h3>3.หนูจี๊ด(Rattus exulans)</h3>
<p>ลักษณะรูปร่าง หนูชนิดนี้มีความหลากหลายในเรื่องของสีสันขึ้นอยู่กับภูมิประเทศที่พบ หางดำตลอดและมีเกร็ดละเอียด เล็กๆ และยาวกว่าความยาวหัวรวมลำตัว จมูกแหลมจึงทำให้ส่วนใบหน้าค่อนข้าง แหลม ใบหูใหญ่ ตาโต ปีนป่ายเก่งมาก</p>
<p>ถิ่นที่อยู่ พบทั่วประเทศ ตามเพดานของบ้านเรือนและอาคารต่างๆ ยุ้งฉาง นาข้าว ในสวนผลไม้ มะพร้าว ปาล์มน้ำมัน เป็นต้น ปกติไม่ชอบขุดรูอาศัยในดิน มักอาศัยอยู่บนต้นไม้ หรือบนที่สูง หรือใต้หลังคา ในห้องต่างๆ ของอาคาร<br />
แหล่งอาศัยชอบอาศัยอยู่ในที่แห้งและสูง เช่น ใต้หลังคาบ้านหรือตามขื่อแปของโรงเก็บอาหารสำเร็จรูปต่างๆ บนต้นไม้ เป็นต้น<br />
ลักษณะรูปร่าง เป็นหนูที่มีขนาดเล็กที่สุดในสกุล ตาโต ใบหูใหญ่ หางยาวกว่าหัวและลำตัวมาก มีสีเดียวตลอด ขนด้านหลังมีสีน้ำตาลแก่ ขนด้านท้องสีเทา<br />
ที่อยู่อาศัย ชอบอาศัยในที่แห้งตามบ้านเรือนโดยเฉพาะ ในห้องครัว ในห้องเก็บของ ในตู้ ลิ้นชัก และยุ้งฉางทั่วประเทศ อาจพบทำลายพืชผลไม้ในไร่นา ไร่สวนบ้าง ในหมู่บ้านที่ติดกับพื้นที่ทำการเกษตร เช่นเดียวกับหนูนอรเว หนูชนิดนี้กินอาหารได้เกือบทุกประเภท</p>
<h3>4.หนูหริ่ง (Mus musculus)</h3>
<p>หรือบางครั้งเรียกว่า house mouse เป็นหนูในตระกูล Mus ชนิดที่พบเห็นตามบ้านเรือนมาก เป็นหนูบ้านที่มีขนาดเล็กที่สุด<br />
ลักษณะรูปร่าง จมูกแหลม ขนด้านหลังสีเทาบางทีมีสีน้ำตาลปน มีลักษณะอ่อนนุ่ม ขนด้านท้องสีขาว ส่วนหางมี 2 สีด้านบนสีดำ ส่วนด้านล่างสีจางกว่า<br />
ถิ่นที่อยู่อาศัย ตามบ้านเรือน มักชอบหลบซ่อนตัวอยู่ตามตู้ โต๊ะ ที่เก็บของ ตามช่อง ฝาผนัง ตามครัว กินอาหารได้ทุกชนิด แต่ชอบพวกเมล็ดพืช ข้าว<br />
การแพร่พันธุ์ ออกลูกปีละประมาณ 8 ครอก ลูกหนึ่งครอกมีจำนวน 5 &#8211; 6 ตัว<br />
ระยะทางการหากิน 10 – 30 ฟุต<br />
ลักษณะมูลหนู ขนาดเล็กกลมยาวปลายแหลมยาวประมาณ 1/8 นิ้ว</p>
<h2>วิธีป้องกันกำจัดหนู</h2>
<p><strong>1.โดยวิธีกล</strong> เช่น ใช้กับดัก กรงดัก กาวดัก เป็นต้น<br />
<strong>2.โดยใช้สารเคมี</strong><br />
สารกำจัดหนูชนิดออกฤทธิ์เร็ว<br />
สารกำจัดหนูชนิดออกฤทธิ์ช้า เป็นสารที่หนูจะต้องกินติดต่อกันช่วงระยะเวลาหนึ่งหรือกินครั้งเดียว และสะสมพิษในร่างกายถึงปริมาณเพียงพอที่จะออกฤทธิ์ทำให้หนูตายโดยเกิดอาการเลือดไม่แข็งตัว (Anticoagulant) เลือดจะออกทางช่องเปิดของร่างกาย ตามบาดแผล เลือดคั่งในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายและถึงตายในที่สุดภายในระยะเวลา 3-15 วัน เป็นเหยื่อพิษสำเร็จรูปที่มีอัตราความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์ ตั้งแต่ 0.0025% &#8211; 0.005%<br />
<strong>3.การควบคุมโดยวิธีการสุขาภิบาลและสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม</strong><br />
โดยใช้หลัก 5 ส.(สะสาง สะดวก สะอาด สุขลักษณะ สร้างนิสัย)</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ptm-pesttechnology.com/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b9/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เรื่องของปลวก</title>
		<link>https://ptm-pesttechnology.com/termite/</link>
					<comments>https://ptm-pesttechnology.com/termite/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Jun 2024 07:05:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[termite]]></category>
		<category><![CDATA[กำจัดปลวก]]></category>
		<category><![CDATA[ปลวก]]></category>
		<category><![CDATA[ป้องกันปลวก]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ptm-pesttechnology.com/?p=159</guid>

					<description><![CDATA[เรื่องของปลวก ในประเทศไทยมีปลวกแพร่กระจายอยู่กว่าหนึ่งร]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h1>เรื่องของปลวก</h1>
<p><strong>ในประเทศไทยมีปลวกแพร่กระจายอยู่กว่าหนึ่งร้อยห้าสิบชนิด</strong> แต่มีเพียงสิบกว่าชนิดเท่านั้น ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อที่นำมาใช้ประโยชน์ ปลวกใต้ดินจัดเป็นปลวกที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจสูงที่สุด โดยก่อให้เกิดความเสียหายต่ออาคารบ้านเรือน คิดเป็นมูลค่าปีละหลายร้อยล้านบาท การเข้าทำลายของปลวกชนิดนี้เริ่มขึ้นจากปลวกที่อาศัยอยู่ใต้พื้นดินทำท่อทางเดินดิน ทะลุขึ้นมาตามรอยแตกแยกของพื้นคอนกรีต หรือรอยต่อเชื่อมระหว่างผนัง เสา หรือคานคอดิน เพื่อเข้าไปทำลายโครงสร้างไม้ต่างๆภายในอาคาร เช่น เสาและคานไม้ พื้นปาร์เก้ คร่าวเพดาน คร่าวฝา ไม้ วงกบ ประตู และหน้าต่าง เป็นต้น</p>
<h2>1.วรรณะกรรมกร (worker)</h2>
<p>มีประมาณ 80% ของรัง<br />
หน้าที่ หลายประการ เช่น เลี้ยงตัวอ่อนหาอาหาร สร้างและซ่อมแซมรัง</p>
<h2>2.วรรณะทหาร (soldier)</h2>
<p>มีประมาณ 17-18% ของรัง<br />
หน้าที่ ในการป้องกันประชากรในวรรณะอื่นๆ จากศัตรูที่จะเข้ามาทำร้าย</p>
<h2>3.วรรณะสืบพันธุ์ (reproductive)</h2>
<p>แมลงเม่า = นางพญา และราชา<br />
หน้าที่ วางไข่ ผสมพันธ์</p>
<h2>ประเภทของปลวก</h2>
<p>แบ่งเป็น 2 ประเภท โดยใช้แหล่งที่อยู่อาศัยเป็นหลักดังนี้</p>
<h3>1.ปลวกที่อาศัยอยู่ในไม้</h3>
<p>ปลวกชนิดนี้ตลอดชีวิตจะอาศัยและกินอยู่ภายในเนื้อไม้ โดยไม่มีการสร้างทางเดินมาติดต่อกับพื้นดินเลย ลักษณะโดยทั่วไปที่บ่งชี้ว่ามีปลวกในกลุ่มนี้เข้าทำลายไม้คือ วัสดุแข็งเป็นเม็ดกลมรี<br />
ปลวกไม้แห้ง<br />
ปลวกไม้เปียก</p>
<h3>2.ปลวกที่อาศัยอยู่ในดิน</h3>
<p>จำแนกเป็น 3 พวกคือ<br />
2.1 ปลวกใต้ดิน เป็นปลวกที่อาศัยและทำรังอยู่ใต้ดิน เช่นปลวกในสกุล Coptotermes ซึ่งจัดเป็นปลวกชนิดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในประเทศร้อยละ 90 ของอาคารที่ถูกทำลายเกิดจากการเข้าทำลายของปลวกชนิดนี้<br />
2.2 ปลวกที่อยู่ตามจอมปลวก เป็นปลวกที่สร้างรังขนาดกลางถึงขนาดใหญ่อยู่บนพื้นดิน เช่น ปลวกในสกุล Odontotermes,Globitermes,และ Macrotermes เป็นต้น<br />
2.3 ปลวกที่อยู่ตามรังขนาดเล็ก เป็นปลวกที่สร้างรังขนาดเล็กอยู่บนดิน เช่น ตามกิ่งไม้ ต้นไม้ เสาไฟฟ้าหรือโครงสร้างอื่นๆภายในอาคาร<br />
การจำแนกปลวก<br />
การจำแนกชนิดดูจากลักษณะของปลวกทหาร โดยดูที่หัว, กราม และฟันแตกต่างกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>จะรู้ได้อย่างไรว่าปลวกขึ้นบ้านแล้ว..?</strong><br />
ปลวกจะไม่ขึ้นมาเดินบนพื้นผิวเพื่อหาอาหาร ส่วนใหญ่จะพบตัวปลวกก็ต่อเมื่อมันได้เข้ามาแล้ว สัญญาณเตือนว่าอาจมีปลวก</p>
<p>มีแมลงเม่าในบ้านหรือรอบ ๆ บ้าน<br />
พบทางเดินปลวกจากพื้นดินเข้าสู่บ้าน<br />
พบปีกแมลงเม่าที่สลัดอออกบริเวณบ้าน<br />
สีที่ทาบนผิวไม้โปร่งร่อน เมื่อเคาะมีเสียงกลวง<br />
มีเสียงเคลื่อนไหวอย่างวุ่นวายเมื่อเคาะบนผิวไม้</p>
<p><strong>อะไรคืออาหารของปลวก.. ?<br />
</strong>อาหารของปลวกใต้ดินจะเป็นไม้โดยเฉพาะ และวัสดุที่มีเซลลูโลส ปลวกมักทำลายอาคารและไม้แปรรูป วงกบประตู, วงหน้าหน้าต่าง, กรอบบัวของพื้นอาคาร, ฝ้าเพดาน, พื้นไม้ปาร์เก้, วอลเปเปอร์, พลาสติก, วัสดุที่ทำจากระดาษและใยผ้าต่าง ๆ<br />
จุดสำคัญในอาคารที่ควรทำการสำรวจ<br />
สำรวจตามจุดที่เป็นแหล่งอาหารของปลวก เช่น โครงสร้างไม้ภายในอาคาร เช่น เสา คาน พื้นไม้ ขอบบัวของพื้น วงกบประตู เป็นต้น โดยเฉพาะโครงสร้างที่อยู่ในบริเวณฐานรากซึ่งเป็นจุดทีติดต่อกับพื้นดินโดยตรงและง่ายต่อการเข้าทำลายของปลวก<br />
วัสดุอื่นๆ ที่ทำมาจากไม้ เช่น เครื่องเรือนเครื่องใช้ต่างๆที่มีเซลลูโลสเป็นองค์ประกอบในการตบแต่งภายในอาคารบ้านเรือนและภายนอกอาคารในรูปแบบต่างๆ รวมถึงต้นไม้ ตอไม้ เศษไม้ ท่อนไม้หรือกองไม้ต่างๆ ที่อยู่นอบอาคาร ล้วนเป็นแหล่งอาหารของปลวกแทบทั้งสิ้น<br />
เน้นการสำรวจตามโครงสร้างที่อยู่ในบริเวณที่มีสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงสูงต่อการเข้าทำลายและการเข้ามาอาศัยของปลวก เช่น</p>
<p>บริเวณที่มีรอยแตกร้าว<br />
บริเวณจุดหรือสถานที่ทีทึบจะเป็นแหล่งสะสมความชื้นหรือมีลักษณะที่เงียบ มืดและอับชื้น<br />
บริเวณท่อระบายน้ำทิ้ง ท่อสุขภัณฑ์ ที่ก่อผนังปิดหุ้มไว้เป็นจุดที่ปลวกทำทางเดินขึ้นมาสู่ตัวอาคาร</p>
<h3>ขั้นตอนการดำเนินการจัดการปลวก แบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ</h3>
<p><strong>1.ระยะก่อนปลูกสร้างอาคาร</strong><br />
การเดินท่ออัดน้ำยาเคมี<br />
การทำ Soil treatment</p>
<p><strong>2.ระยะหลังปลูกสร้างอาคาร</strong><br />
เจาะพื้นอัดน้ำยาเคมีและอัดน้ำยาผ่านท่อ<br />
ระบบวางเหยื่อ<br />
การจัดการปลวกในระยะก่อนปลูกสร้างอาคาร<br />
การเดินท่ออัดน้ำยาเคมี คือ การนำน้ำยาเคมีผ่านทางท่อ ( CHEMICAL PIPE ) ใต้อาคาร และอัดน้ำยาผ่านทางท่อโดยใช้ชเครื่องอัดแรงดันสูง ( HIGHT PRESSURE INJECTOR ) ฉีด และพ่นน้ำยาเคลือบผิวดินใต้อาคาร โดยคำนึงถึงเมื่ออาคารก่อสร้างเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สามารถป้องกันปลวกได้โดยเติมน้ำยาเข้าาท่อที่ติดตั้งไว้เพื่อหลีกเลี่ยง การเจาะพื้นภายในอาคารหลังจากประสิทธิภาพของน้ำยาหมดอายุ</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ptm-pesttechnology.com/termite/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
		<item>
		<title>เรื่องของมด</title>
		<link>https://ptm-pesttechnology.com/ant/</link>
					<comments>https://ptm-pesttechnology.com/ant/#respond</comments>
		
		<dc:creator><![CDATA[admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 17 Jun 2024 06:27:05 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[Ant]]></category>
		<category><![CDATA[กำจัดมด]]></category>
		<category><![CDATA[มด]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องของมด]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://ptm-pesttechnology.com/?p=150</guid>

					<description><![CDATA[เรื่องของมด มดเป็นแมลงสังคมที่อยู่ในวงศ์ Formicidae จัด]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[<h1>เรื่องของมด</h1>
<p><strong>มด</strong>เป็นแมลงสังคมที่อยู่ในวงศ์ Formicidae จัดเป็นแมลงสังคมแท่จรองที่ขนาดรังมีจำนวนประชากรมาก การสร้างรังทำอย่างประณีต มีการติดต่อสื่อสารและการแบ่งชั้นวรรณะแยกออกจากกันให้เห็นชัดเจนทั้งรูปร่าง ลักษณะและหน้าที่ มดมีบทบาทต่อคนในหลายลักษณะทั้งที่เป็นแมลงทำลายศัตรูพืชผลทางการเกษตร ในแปลงปลูกและในโรงเก็บ เข้ามาก่อความรำคาญและก่อความเสียหายในบ้านเรือน โดยมีส่วนแบ่งในอาหารและที่อยู่อาศัยกับคน มดบางชนิดสามารถกักหรือต่อยด้วยเหล็กใน ทำให้เกิดคามเจ็บปวด เกิดอาการแพ้หรือเกิดแผลการติดเชื้อซ้ำ จากสาเหตุนี้ มดจึงจัดเป็นแมลงศัตรูและมีความสำคัญทางการแพทย์</p>
<h2>รูปร่างทั่วไปของมด</h2>
<p>ลำตัวแบ่งออกเป็น 3 ส่วน : หัว / อก / ท้อง<br />
มีหนวด 1 คู่ : หนวดหักแบบข้อศอก (genlculate) / มีขา 3 คู่<br />
ปากเป็นแบบกัดกิน มีฟันเรียกว่า mandlble<br />
ท้องปล้องที่ 2,3 มีลักษณะเป็นก้านเรียกว่า pedlcel<br />
วงจรชีวิตของมด<br />
มดเป็นแมลงที่มีการเจริญเติบโตแบบที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างสมบูรณ์ (Complete Metamorphosis) ในวงจรชีวิตประกอบด้วย 4 ระยะ คือ จากไข่เป็นตัวอ่อน จากตัวอ่อน เป็นดักแด้ และจากดักแด้เป็นตัวเต็มวัย</p>
<p>แบ่งเป็นวรรณะต่างๆดังนี้</p>
<p>มดแม่รังหรือมดราชินี มีขนาดใหญ่กว่ามดตัวอื่น ที่อยู่ในรัง มีปีก อกหนา ท้องใหญ่ และมักมีตาเดี่ยว สามารถสืบพันธุ์ได้ ทำหน้าที่ สร้างรังและวางไข่ ตลอดจนควบคุมกิจกรมต่างๆ ภายในรัง<br />
มดเพศผู้ โดยทั่วไปจะมีปีก ส่วนอกหนาแต่ไม่เท่าของมดแม่รัง ทำหน้าที่ สืบพันธุ์<br />
มดงาน เป็นมดเพศเมียที่เป็นหมัน ไม่มีปีก เป็นมดที่ออกหาอาหารและพบอยู่เสมอภายนอกรัง นอกจากหาอาหารแล้วยังมีหน้าที่ในการสร้างรัง รักษารัง ดูแลตัวอ่อน ราชินี อีกทั้งยังป้องกันรังด้วย<br />
ชนิดมดที่สำคัญ</p>
<h3>1.มดละเอียด (Monomorium indicum)</h3>
<p>ลักษณะสำคัญ มีสีแดงสนิมปนสีน้ำตาลเข้ม ส่วนท้องใส หนวดมี 12 ปล้อง อกยาวแคบเห็น ชัดเจน มี 2 ปุ่ม รูปไข่<br />
ลักษณะทางชีววิทยา ทำรังในดิน พบตามบ้านที่อยู่อาศัย ชอบกินของหวาน เมื่อมากินอาหารแล้วจะปล่อยสิ่งขับถ่ายทำให้อาหารมีรสชาติเปลี่ยนไป เคลื่อนไหวรวดเร็ว มักเห็นเดินบน กำแพงหรือฝาห้องมากกว่าบนพื้น</p>
<h3>2.มดละเอียด (Monomorium pharaonis)</h3>
<p>ลักษณะสำคัญ มีสีเหลืองจนถึงสีน้ำตาลอ่อนหรือสีแดงสว่างใส ท้องมีสีเข้มเกือบดำ<br />
ลักษณะทางชีววิทยา ชอบทำรังอยู่ใกล้แหล่งอาหาร เช่น ช่องว่างตามกำแพงบ้าน รังมีขนาดต่างๆกันตั้งแต่ ขนาดเล็กจนถึงมีประชากรเป็นพันๆ ตัว และสามารถแตกเป็นรังย่อย จากรังใหญ่ได้ โดยจะกระจายไป ตามบ้าน ที่อยู่อาศัย ทำให้ควบคุมได้ยาก</p>
<h3>3.มดละเอียดหรือมดเหม็น (Tapinoma melanocephalum)</h3>
<p>ลักษณะสำคัญ หัวและอกสีดำ ท้องสีน้ำตาลอ่อน<br />
ลักษณะทางชีววิทยา ทำรังบนดินร่วน บริเวณโคนต้นไม้ เช่น ต้นไผ่ ชอบซ่อนตัวตามกาบใบที่มีความชุ่มชื้น เมื่อเข้ามาหาอาหารใน บ้านเรือนจะขับถ่ายมูลทำให้เกิดการปนเปื้อนในอาหารและมีกลิ่นเหม็น</p>
<h3>4.มดดำ (Paratrechina longicornis)</h3>
<p>ลักษณะสำคัญ มีสีน้ำตาลเข้มบางส่วนสีดำ ขนสีน้ำตาลเหลืองปกคลุมอยู่ทั่วไป<br />
ลักษณะทางชีววิทยา พบเห็นทั่วไปทั้งในที่อยู่อาศัยและภายนอกบ้าน มดงานออกหากินไกลออกไปจากรัง ดังนั้น จึงยากที่จะควบคุมมดชนิดนี้ทั้งรัง เป็นมดที่เคลื่อนที่ได้เร็วมากโดยไม่ติดตามฟีโรโมนของมดตัวอื่นๆ พบแพร่กระจายอยู่ทั่วโลกบางครั้งอาจจะพบเห็นมดชนิดนี้ขนย้ายไข่ มดชนิดนี้จะไม่ทำอันตรายคน แม้ถูกรบกวน มดดำเป็นมดที่ทำให้เกิดความรำคาญมากกว่าอันตราย</p>
<h3>วิธีการควบคุมมด</h3>
<p><strong>1.การควบคุมโดยใช้สารเคมี</strong></p>
<p>ชนิดสเปรย์<br />
เหยื่อพิษ</p>
<p><strong>2.การควบคุมโดยการปรับสภาพแวดล้อม</strong></p>
<p>ไม่ให้มีแหล่งอาหารอยู่ในบ้านเรือนหรือบริเวณรอบบ้าน หมั่นสอดส่องดูแลภายในบ้านเรือนไม่ให้มีที่ที่เหมาะสมสำหรับมดมาทำรัง ไม่ควรปลูกต้นไม้ที่มีน้ำหวานไว้ใกล้บ้าน</p>
<p><strong>3.การควบคุมโดยวิธีกล</strong></p>
<p>โดยการใช้มือบี้หรือทำลาย ใช้ไม้กวาดกวาดทิ้งหรือการทำลายรังโดยวิธีต่างๆ เช่น ใช้ไฟเผา ตัดรังทิ้งในกรณีที่รังอยู่บนต้นไม้ เป็นต้น<br />
กุญแจที่สำคัญในการควบคุมมด คือการหารังมดให้พบ โดยจะต้องทราบชนิดของมดนั้นก่อน</p>
]]></content:encoded>
					
					<wfw:commentRss>https://ptm-pesttechnology.com/ant/feed/</wfw:commentRss>
			<slash:comments>0</slash:comments>
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
